อธิบายศัพท์คำเมืองหรือภาษาพื้นเมืองของล้านนา

คำเมือง

ความหมาย

อุ้ย

“ปู่ ย่า ตา ยาย” บางทีจะเรียกควบกับพ่อหรือแม่เพื่อระบุให้ชัดขึ้น เช่น แม่อุ้ย พ่ออุ้ย(ป้ออุ้ย) และถ้าเป็นทวด (พ่อหรือแม่ของปู่ย่าตายาย) จะเรียก “หม่อน” หรือ “อุ้ยหม่อน”

เติ๋น

พื้นที่ใช้งานบนเรือนแบบประเพณีของล้านนา เป็นพื้นที่กึ่งเปิดโล่ง คือมีผนังล้อมไม่ทุกด้าน มักอยู่หน้าห้องนอน และมีประตูติดต่อกับห้องนอน เติ๋นถูกใช้งานเอนกประสงค์ ทั้งนั่งเล่น รับแขก ทำงาน และเป็นที่นอนสำหรับ ลูกชาย

นอกชาน

ชานเรือนส่วนที่อยู่นอกชายคา บางคนเรียกชานฝน อีสานเรียกชานแดด

เลียบ

ทางเดินแคบๆด้านข้างเรือน ทำเชื่อมด้านหน้าและหลังเรือน พบเฉพาะที่แม่แจ่ม ทำไว้เพื่อให้ลูกหลานได้เดินไปด้านหลังเรือนโดยไม่ผ่านบริเวณเติ๋นและฮ่อมริน กรณีมีผู้หลักผู้ใหญ่นั่งรับแขกบริเวณเติ๋น

ฮ้านน้ำ

“ที่วางหม้อน้ำ” หม้อน้ำสำหรับดื่มกินหรือใช้ประกอบอาหาร จะอยู่บริเวณชานหน้าบ้านและชานหลังบ้าน ถ้าเป็นนอกชาน ฮ้านน้ำจะทำคล้ายเรือนหลังเล็ก มีหลังคาจั่วคลุม ถ้าเป็นชานในร่ม ฮ้านน้ำจะคล้ายชั้นวางของ ยื่นจากตัวเรือนออกไป ชั้นวางหม้อน้ำของฮ้านน้ำจะยกขึ้นประมาณ 70 -90 ซม.

จ๋อง

สันหลังคา

ฮ่อมริน

“ฮ่อม” ช่องทางเดินแคบๆ “ริน” รางน้ำฝน “ฮ่อมริน”คือช่องทางเดินระหว่างเรือนแฝด เหนือทางเดินจะมี รางรินของหลังคาแฝด

หำยนต์

แผ่นไม้แกะสลักลวดลาย ขนาดกว้างเท่าช่องประตู สูงประมาณ 40 – 60 ซม. ติดอยู่เหนือประตูห้องนอน ตามความเชื่อ หำยนต์เป็นของเฉพาะบุคคล กำหนดขนาดจากความยาวฝ่าเท้าของเจ้าของเรือน เมื่อรื้อเรือนจะเก็บหำยนต์นี้ไว้เพื่อติดกับ เรือนที่ปลูกใหม่ต่อไป

สล่า

ช่าง

แป๋ง

สร้างหรือทำ

เฮือนบ่ะเก่า

หรือเฮือนบ่าเก่า คือ เรือนแบบประเพณีล้านนา เป็นเรือนสำหรับสามัญชนที่สร้างจากไม้จริงทั้งหลังยุคแรก หลังความเชื่อและจารีตเรื่องฐานานุศักดิ์สถาปัตยกรรมเสื่อมหายไป ใช้รูปผังจากเรือนกาแล แต่ปรับลดการตกแต่ง และความประณีตลง หลังคาสูงชันลดต่ำลงให้เหมาะแก่ฐานะ

บ้านเก๊า

บ้านทีฝ่ายหญิงเป็นลูกคนโต (เก๊าคือแรกหรือต้น) เพราะถือว่าฝ่ายหญิงโดยคนโตจะต้องเป็นผู้รักษาผีบรรพบุรุษ เมื่อแต่งงานไปอยู่บ้านฝ่ายชาย ไม่สามารถนำผีบรรพบุรุษของตนขึ้นบนเรือนได้เพราะมีผีบรรพบุรุษ ของฝ่ายชายอยู่ จึงต้องสร้างตูบผีไว้ในบริเวณบ้าน

เสื้อบ้าน

อารักษ์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ทำเป็นเรือนหลังเล็กๆมีสี่เสาหรือมากกว่า

เฉพาะที่แม่แจ่ม จะเรียก “หอเจ้านาย”

ตูบผี

ศาลที่สถิตผีบรรพบุรุษ สร้างไว้ในบริเวณบ้าน มีเฉพาะบ้านเก๊า ลักษณะคล้ายเรือนขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ทำเป็นสี่เสา ที่ตั้งของตูบผีมักจะเป็นด้านหัวนอนหรือมุมบ้านด้านหัวนอน

ดินขอ

กระเบื้องมุงหลังคาแบบพื้นเมือง ทำด้วยดิน ลักษณะเป็นแผ่นเรียบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 8 – 10 ซม. ยาวประมาณ 20 ซม. หนาประมาณ 5 – 6 มม. งอปลายประมาณ 1 ซม. เพื่อเป็นขอเกี่ยวกับ ไม้ระแนง

ตองตึง

ใบของต้นตึง มีขนาดใหญ่และหนา มักใช้สำหรับมุงหลังคาหรือห่ออาหาร เรียกว่าตองตึง

ฝาไหล

ฝาเรือนที่ทำให้เลื่อนเปิดรับลมได้ โดยตีไม้กระดานตามตั้งช่องเว้นช่อง 2 ชั้น ชั้นแรกติดตาย ชั้นที่สองทำให้เลื่อนไปมาได้ ปิดเปิดด้วยการเลื่อนให้ช่องเปิดตรงหรือสลับกัน

ผ๋าม

โรงหรือเพิง โปร่ง ส่วนใหญ่ไม่ทำฝาหรือมีเพียงด้านเดียวและมักใช้กับอาคารชั่วคราวหรือสร้างแบบง่ายๆ ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ใช้เลี้ยงสัตว์ ใช้เป็นที่พักร้อน หรือสร้างในงานปอยไว้ใช้งานคล้ายศาลา

ก๊างเฟือง

ห้างที่ทำสำหรับเก็บหรือพาดฟางข้าวไว้สำหรับเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย

หลองข้าว

ยุ้งข้าว เรือนสำหรับเก็บข้าวเปลือก ทำเป็นเรือนยกใต้ถุนสูง แยกจากเรือนใหญ่ไม่เชื่อมกัน นิยมทำเป็นเสาคู่ ทำเสาจำนวนน้อยต้นและไม่ทำบันได เพื่อป้องกันหนูไม่ให้ขึ้นไปกินข้าว เสาทุกต้นจะมีส่วนป้องกันหนู นิยมทำไว้ด้านหน้าบ้านเข้าถึงได้ง่าย

ต้อมน้ำ

ที่อาบน้ำสำหรับหญิงสาว ทำเป็นกำแพงสูงกั้นเป็นคอก ไม่มีหลังคา ทางเข้าไม่มีประตู แต่ทำเป็นกำแพงสองชั้น บังสายตา นิยมปลูกไม้ดอกไม้ประดับหรือผักสวนครัวรอบๆ เพราะได้อาศัยน้ำจากการอาบ และช่วยบังสายตา

จก

ล้วงหรือควัก ผ้าตีนจก คือส่วนชายผ้าซิ่นที่มีลวดลายการทอด้วยการ”จก” คือลักษณะการใช้ขนเม่นปลายแหลม เขี่ยเอาด้ายจากด้านล่างขึ้นมา

ตานน้ำ

หรือทานน้ำ ฮ้านน้ำที่ทำไว้หน้าบ้านเพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้ดื่มกินแก้กระหาย เป็นการให้ทาน